จับได้คาหลักฐาน แตงโมแฉแก๊งอ้างชื่อปลอมไอจี-ไอดีไลน์ ลวงเหยื่อโอนเงิน

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการติดตามผู้อ้างตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัวของดาราสาว ทั้งแอบอ้างชื่อไอจีหลอกลวงผู้คนให้โอนเงินให้อ้างว่าขายกระเป๋าแบรนด์เนม จนมีคนถูกหลอกไปหลายราย ต่อมายังตั้งไลน์ ใช้ไอดีอ้างชื่อเป็นผู้จัดการแตงโม หลอกลวงขายของและนัดคิวงาน จนมีผู้หลงเชื่อโอนเงินไปให้หลายคนนับแสนบาท ว่า ตนให้เพื่อนล่อทักเข้าไป ติดต่อคิวงาน กระทั่งได้บัตรประชาชนของผู้หลอกลวงดังกล่าวแล้ว เป็นหญิงสาวอายุ 23 ปี มีชื่อและนามสกุลชัดเจน แต่ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นคนเดียวกับผู้อ้างชื่อหรือไม่บัตรประชาชนที่ผู้หญิงชื่อเนยส่งมากรณีดังกล่าวนี้ ดาราสาวแตงโมต้องอาศัยการติดตามเอง หลังจากเห็นว่าไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าสาวชื่อเนยทำทีเป็นเตือนแฟนคลับของแตงโม ว่ามีไอจีปลอม ให้ติดต่อไปทางไอดีไลน์แทน

 

แตงโมกล่าวว่า สาวผู้หลอกลวงทางไอจี melony_forfan ใช้ชื่อว่า “เนย” ทำทีเป็นบอกบรรดาเหล่าแฟนคลับ และผู้ที่จะติดต่องานของแตงโม ว่าพออัพเกรดโปรแกรมแล้วไอดีไลน์หายไป ขอให้ติดต่อนัดคิวงานกับนางใหม่โดยให้ไอดีไลน์ไว้ แตงโมจึงแคปหน้าไลน์มาแฉ พร้อมให้เพื่อนทดลองเข้าไปคุย และนัดหมายงานเพื่อโอนเงิน

การสนทนาทางไลน์ดังกล่าว ตกลงราคากันอยู่ที่ 45,000 บาท พร้อมจะจ่ายค่ามัดจำเป็นเงิน 25,000 บาท กระทั่งได้ชื่อและเลขบัญชีมาว่า 247-2223-xxx ของธนาคารไทยพาณิชย์ จากนั้นเพื่อนแตงโมจึงขอเลขที่บัตรประชาชนของเนยไว้ แม้ตอนแรกเนยอ้างว่า ยังไม่เคยมีลูกค้าคนอื่นๆ ขออย่างนี้ แต่สุดท้ายก็ยอมส่งมาให้ไอดีไลน์ชื่อเนย แอบอ้างเป็นผู้จัดการติดต่อคิวงานดาราสาวแตงโมไอดีไลน์ชื่อเนย แอบอ้างเป็นผู้จัดการติดต่อคิวงานดาราสาวแตงโม

แตงโมกล่าวว่า หลังจากแจ้งความครั้งก่อนไปเรื่องก็ยังเงียบอยู่ แต่ว่าคนที่ปลอมไอจีนั้นยังคงหลอกลวงคนอื่นอย่างต่อเนื่อง มีหลายคนเข้ามาถามไถ่ แม้ว่าโมจะเตือนผ่านทางไอจีของตัวเองแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีบางคนที่หลงเชื่อ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าเขาอ้างตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัวของโม ส่วนตัวเชื่อว่าทั้งหมดน่าจะเป็นแก๊งเดียวกัน เพราะว่าไลน์ที่ใช้ในการติดต่อ รวมถึงของคนที่ชื่อพงศกร พงศกร เครือพิมาย’ มิจฉาชีพที่โกงเงินคนที่สั่งซื้อของผ่านออนไลน์เป็นจำนวนมากสาวแอบอ้างที่ชื่อเนย ยึกยักในทีแรกว่าจะไม่ส่งรูปบัตรประชาชนให้สาวแอบอ้างที่ชื่อเนย ยึกยักในทีแรกว่าจะไม่ส่งรูปบัตรประชาชนให้

“สิ่งที่เกิดขึ้นค่อนข้างกระทบมาถึงตัวเองเพราะส่วนใหญ่คนที่โดนหลอกลวงก็จะเป็นแฟนคลับ โมไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อนอีก อยากจะวอนให้ทางเจ้าหน้าที่จับตัวคนที่ทำผิดมาลงโทษให้ได้เพราะว่าค่อนข้างมีหลักฐานที่ชัดเจนและยืนยันได้ว่าเขาโกงคนอื่นจริงๆ” ดาราสาวกล่าวทิ้งท้าย

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มเครียดปัญหาครอบครัว โพสต์ภาพตัวเองกับเชือกผูกคอ ขอตายจากโลกนี้

เมื่อเวลา 20.10 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2559 ร.ต.อ.สุนทร ภูตะวัน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ลพบุรีว่าได้มีผู้ผูกคอตายภายในบ้านหลังหนึ่งริมถ.รามเดโช หลังมหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง ลพบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งได้ประสานแพทย์เวร จากรพ.พระนารายณ์มหาราช อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบมีประชาชนมายืนมุงดูอยู่เป็นจำนวนมาก ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายเสื้อผ้า หลังร้านพบศพ นายพีระพล แซ่หว่อง อายุ 37 ปี ผู้ตายสวมเสื้อยืดสีเหลือง กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน มีนางสาวเอ(นามสมมติ) ภรรยานั่งกอดศพสามีร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนาในที่เกิดเหตุพบว่านายพีระพลได้ใช้เชือกราวตากผ้าผูกกับขื่อหน้าห้องน้ำ เสียชีวิตมาประมาณไม่เกิน 20 นาที ซึ่งจากการสอบถามทราบว่าขณะเกิดเหตุนายพีระพล อยู่ร้านคนเดียว ภรรยาและลูกอีก 2 คนยังไม่กลับเข้าบ้าน ซึ่งก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ภรรยาให้การว่า นายพีระพลสามี ได้โพสต์รูปตัวเองพร้อมทำเชือกบ่วงผูกคอ และระบายความในใจปัญหาครอบครัวลงเฟซบุ๊ก และไลน์ในกลุ่มญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ว่าวันนี้จะขอตายจากโลกนี้แล้ว เนื่องจากตนเองโดนภรรยาหลอก พร้อมกับด่าทอด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ซึ่งทางญาติและเพื่อนๆ ก็ได้ปลอบใจ และให้กำลังใจ ไม่ให้คิดมากเนื่องจากครอบครัวก็มีความสุขดี มีลูกวัยน่ารักถึง 2 คน

และเมื่อช่วงเวลา 19.10 น.ซึ่งเป็นการโพสต์ภาพสุดท้ายก่อนที่นายพีระพลจะใช้เชือกผูกคอตัวเองจนเสียชีวิต โดยมีการระบายถึงเรื่องเดิม ว่าตนเองเจ็บปวดมานานหลายปีกับหลายๆ เรื่อง ไม่อยากจะทนอยู่อีกต่อไปแล้ว ขอลาก่อน ซึ่งญาติๆเพื่อนๆ และพี่สาวเห็นว่าครั้งนี้ดูจริงจัง จึงได้รีบเดินทางมาดู พบว่านายพีระพลผูกคอตัวเองเสียแล้วจึงได้รีบตัดเชือกทำการปั๊มหัวใจ เพื่อช่วยชีวิต แต่เนื่องจากนายพีระพลขาดอากาศเป็นเวลานานได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งร้อยเวรเจ้าของคดีได้นำร่างนายพีระพล ส่งพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งที่ รพ.พระนารายณ์มหาราช

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด! สาวทอมแช็ทไลน์ถึงสาวดี้ “รักนะ..ลาก่อน”..แล้วผูกคอตาย หมานั่งเฝ้าศพไม่ห่าง

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 5 สิงหาคม พ.ต.ท.สุทธิชล ธงไชยภูมิ สารวัตรเวร สภ.บางปู สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีหญิงผูกคอเสียชีวิตอยู่ในบ้านเลขที่ 1035 หมู่ 7 ชุมชนช้างเผือก ซอย 67 ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอาสามูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบศพน.ส.ศรีพรรัตน์ ภู่ศิริ อายุ 41 ปี สาวทอม ชาวอ.ชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ ใช้ผ้าแพรสีแดงผูกคอกับเหล็กดัดหน้าต่างเสียชีวิต ที่ปลายเท้าพบรูปพ่อที่เสียชีวิตนานกว่า 10 ปี ตกอยู่และมีสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลตัวเมียประมาณอายุ 2 ปี นอนเฝ้าอยู่ปลายเท้าผู้ตายไม่ยอมไปไหน

จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ในห้องมีเพียงขวดเหล้าขาววางอยู่ข้างที่นอน 1 ขวด ตรวจสอบมือถือผู้ตายพบมีการไลน์ไปหาแฟนสาวในช่วงเวลา 21.00 น.มีการพิมพ์โต้ตอบกันคล้ายเข้าใจผิดว่าแฟนไปมีคนใหม่ มีข้อความว่า “เวลาเราไปจะได้ไม่เป็นห่วง” และมีการโทรผ่านไลน์อีก 3 นาที 18 วินาที และส่งข้อความคำว่า “รักม๊านะ ลาก่อน” จากการสอบถามน.ส.เดนัย ภู่ศิริ อายุ 46 ปี พี่สาวผู้ตายได้เล่าว่า ผู้ตายทำงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู เมื่อช่วงเย็นของวานนี้หลังจากที่ผู้ตายเลิกงานมาได้มาดื่มเบียร์หมดไปสองขวดที่ร้านค้าและซื้อเหล้าขาวขวดเล็กมาดื่มต่อที่ห้องนอนในบ้านพัก ปิดประตูเงียบพร้อมสุนัข 1 ตัวที่เลี้ยงไว้ จนกระทั้งเช้าของวันนี้ตนจะออกไปทำงาน และเห็นห้องน้องสาวยังเปิดประตูห้องคาดว่าคงจะเมาสุรา

“ตอนนั้นมีเสียงสุนัขเห่าดังออกมาตนจึงได้เคาะประตูเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบประตูถูกล็อกจากด้านใน จนจึงได้เดินวนไปหลังห้องดึงหน้าต่างเปิดดูพบว่าน้องสาว ได้ใช้ผ้าแพ ผูกคอเสียชีวิตกับเหล็กดัดหน้าต่าง โดยมีสุนัขที่ผู้ตายเลี้ยงไว้นอนเฝ้าอยู่ปลายเท้าไม่ยอมห่าง จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าผู้ตายน่าจะมีปัญหากับแฟนคิดว่าแฟนไปมีคนใหม่ จากสำนวนที่พูดคุยกันในไลน์ส่วนตัว คงน้อยใจจึงใช้ผ้าห่มผูกคอเสียชีวิตในห้อง เจ้าหน้าที่ได้มอบศพผู้เสียชีวิตให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด