อ่างใหญ่สุดศรีสะเกษ น้ำเหลือไม่ถึงครึ่ง-นครสวรรค์ พริกยืนต้นตาย

ภัยแล้งคุกคามไม่หยุด อ่างเก็บน้ำห้วยตามาย จ.ศรีสะเกษ น้ำลดฮวบเหลือไม่ถึงครึ่ง ขณะเกษตรกรไร่พริกนครสวรรค์ ต้องทิ้งให้ยืนต้นตาย หลังผลผลิตแห้งเหี่ยว หงิกงอ จากการขาดน้ำหล่อเลี้ยงยาวนาน

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกพื้นที่ใน จ.ศรีสะเกษ เริ่มประสบกับความแห้งแล้ง แล้งเร็วและหนักกว่าทุกปี แหล่งน้ำต่างๆ ตามทุ่งนาทุกปีเคยมีน้ำ ปีนี้กลับแห้งขอดหมด น้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งลดลงอย่างรวดเร็ว ลดลงมากจนน้ำเหลือไม่ถึงครึ่ง โดยอ่างเก็บน้ำห้วยตามาย ตั้งอยู่ที่ ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ เป็นอ่างเก็บน้ำ 1 ใน 16 อ่างหลักของ จ.ศรีสะเกษ และเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่สุดของจังหวัด มีความจุดอ่างอยู่ที่ 37.29 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำเหลือ 7.353 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 19.72 เปอร์เซ็นต์ของความจุดอ่าง ตอไม้ในอ่างโผล่ขึ้นมาทั่วอ่าง ถือว่าปริมาณน้ำในอ่างลดลงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านสามารถลงเดินลุยน้ำได้ คาดว่าหากในสิ้นเดือน เม.ย. ยังไม่มีฝนตกลงมา น้ำจะแห้งขอด กระทบต่อพืชสวนไร่นาของประชาชนอย่างแน่นอนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่สุดใน จ. ศรีสะเกษ น้ำเหลือไม่ถึงครึ่ง

ขณะที่ จ.นครสวรรค์ เกษตรกร ต.ทับกฤชใต้ อ.ชุมแสง ต้องออกมาเก็บพริกแห้งที่เหลือจากความเสียหาย เพื่อหารายได้ให้กับครอบครัว หลังจากพริกที่ปลูกไว้ส่วนใหญ่แห้งเหี่ยวเน่าเสียเป็นจำนวนมาก นางบุญนำ แบ่งส่วน เกษตรกรหมู่ที่ 7 ต.ทับกฤชใต้ กล่าวว่า ในพื้นที่หลายหมู่บ้านของ ต.ทับกฤช เป็นพื้นที่รับน้ำจากแม่น้ำน่าน และจะเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี แต่ต้นปีที่ผ่านมาเกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรงจนทำให้ในพื้นที่ขาดแหล่งน้ำธรรมชาติและฝนทิ้งช่วงยาวนาน จนไม่สามารถหาน้ำมารดไร่พริกได้ ทำให้พริกที่ปลูกไว้ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง เมล็ดพริกหงิกงอ เน่าเสีย แห้งเหี่ยว และยังได้ส่งผลกระทบทำให้เกิดโรคระบาดจนไม่สามารถควบคุมได้ เบื้องต้น เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องทิ้งไร่พริกเพราะไม่สามารถเยียวยาได้ ส่วนที่ออกมาเก็บพริกในช่วงนี้ เป็นเพียงการเก็บพริกที่เหลือจากความเสียหายเพื่อหารายได้เท่านั้น.เม็ดพริกที่เหี่ยวเฉา ยืนต้นแห้งตาย

พริก ที่จ.นครสวรรค์ ยืนต้นแห้งตาย เพราะขาดน้ำอย่างหนัก

ที่มา>>>Thairath