ฝนถล่มเชียงใหม่ หลายพื้นที่น้ำท่วม-ดินถล่มทับบ้านเรือนรถยนต์จมใต้ดิน

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ (ปภ.จ.เชียงใหม่) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานหลังจากเกิดฝนตกตลอดทั้งคืนของวันที่ 29-30 มิ.ย.ที่ผ่านมา เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและท่วมไร่นาประชาชนในหมู่บ้านแม่มูด ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ สำรวจพบบ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวน 20 หลังคาเรือน น้ำป่าได้ไหลหลากเข้าบ้านเรือนประชาชนในช่วงเวลา 01.00 น.ของเช้าวันนี้ อีกทั้งน้ำป่าไหลยังได้ไหลมาร่วมกับน้ำในลำน้ำแม่มูดทำให้ลำน้ำแม่มูดสูงขึ้นแล้วไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวน 20 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย รวมทั้งบ้านนายก อบต.แม่วินก็ได้รับความเสียหายด้วยทั้งนี้ ทรัพย์สินของชาวบ้านที่เสียหายประกอบด้วยชาวบ้านในหมู่ 6 หมู่ 7 หมู่ 9 หมู่ 11 และหมู่ 15 ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ โดยเสียหายหนักที่สุดคือบ้านแม่มูด หมู่ 6 ต.แม่วิน เพราะรับกระแสน้ำเต็มๆ เบื้องต้นสำรวจพบประมาณ 20 ครัวเรือนเสียหายทั้งหลัง ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าโทรทัศน์สี ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นถูกพัดออกมานอกบ้านเสียหายทั้งหมด กระแสน้ำดังกล่าวยังพัดพารถจักรยานยนต์และรถยนต์บางคันลอยออกไปนอกบ้าน ชาวบ้านในพื้นที่ต้องช่วยกันขนย้ายเด็กและคนชรา และเก็บทรัพย์สินที่พอเก็บได้ โดยบ้านผู้ประสบภัยหนึ่งในนั้นคือ นางเกศรินทร์ ตุ่นแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วินก็ไรับผลกระทบจากน้ำป่าครั้งนี้ด้วยนางเกศรินทร์ ตุ่นแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน  เปิดเผยว่า กระแสน้ำดังกล่าวนอกจากจะทำลายทรัพย์สินบ้านเรือนประชาชาชนแล้ว ยังพัดทำลายสะพานบ้านแม่มูดขาด และสะพานบ้านแม่หยวก จนขาดทำให้ประชาชนพื้นที่บนดอยไม่สามารถใช้รถสัญจรลงมาพื้นด้านล่างได้ เบื้องต้นได้ขอประสานความช่วยเหลือจากเทศบาล อบต.อื่นในพื้นที่อำเภอแม่วาง ในการใช้รถน้ำทำความสะอาดโคลนจำนวนมากที่น้ำพัดพามา และสำรวจซ่อมแซมสะพานเพื่อให้ได้ใช้ในการสัญจรได้ก่อนส่วนที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เกิดน้ำป่าไหลหลากลำน้ำแม่แจ่ม เข้าท่วมสวนไร่นาของชาวบ้าน นายทศพล เผื่อนอุดม นายอำเภอแม่แจ่ม สั่งกำนันผู้ใหญ่แจ้งเตือนชาวบ้านตลอดแนวแม่น้ำแจ่ม พร้อมสำรวจความเสียหาย ได้รับรายงานว่า น้ำป่าเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านอยู่ติดกับริมแม่น้ำ ซึ่งน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้ประชาชนที่อาศัยริมลำน้ำแม่แจ่มเตรียมพร้อมรับมือและสำรวจพื้นที่ความเสียหาย โดยเฉพาะพื้นที่ทำสวน ทำไร่และที่นา ที่อยู่ริมน้ำ รวมทั้งเกษตรกรที่ปลูกพืชผลทางการเกษตรที่กำลังปลูกไว้มีความเสียหายเกิดขึ้นให้แจ้งผู้ใหญ่บ้านและกำนันรวมทั้ง อปท.ใกล้บ้านทันทีเพื่อจะได้ช่วยเหลือต่อไป

ส่วนที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นยอดดอยสูง และมีเขาหัวโล้นจำนวนมาก จากที่มีนายทุน และชาวบ้านบุกรุกทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง “ดอยม่อนแจ่ม” และที่บนดอยโป่งแยง ทำให้ดินบนยอดดอยไม่สามารถเก็บน้ำฝนไว้ได้เกิดทรุดตัวลงมาทับบ้านเรือนประชาชนและทับรถยนต์ชาวบ้านได้รับความเสียหาย

ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น.ของวันที่ 30 มิ.ย.2559 หลังจากที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องกันมาหลายวันทำให้เกิดดินสไลด์ทับบ้านของนายเกษม โกยทา เลขที่36/3ม.4 บ้านกองแหะ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ทำให้ตัวบ้านเสียหาย และมีรถยนต์ 1คัน รถจักรยานยนต์ 3 คันจมอยู่ใต้ดินโคลน  ทางเจ้าหน้าที่ของ อบต.โป่งแยงได้เข้าทำการช่วยเหลือ ล่าสุดนายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ นายอำเภอแม่ริมได้เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป.

ที่มา>>>ข่าวสด

อ่างใหญ่สุดศรีสะเกษ น้ำเหลือไม่ถึงครึ่ง-นครสวรรค์ พริกยืนต้นตาย

ภัยแล้งคุกคามไม่หยุด อ่างเก็บน้ำห้วยตามาย จ.ศรีสะเกษ น้ำลดฮวบเหลือไม่ถึงครึ่ง ขณะเกษตรกรไร่พริกนครสวรรค์ ต้องทิ้งให้ยืนต้นตาย หลังผลผลิตแห้งเหี่ยว หงิกงอ จากการขาดน้ำหล่อเลี้ยงยาวนาน

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกพื้นที่ใน จ.ศรีสะเกษ เริ่มประสบกับความแห้งแล้ง แล้งเร็วและหนักกว่าทุกปี แหล่งน้ำต่างๆ ตามทุ่งนาทุกปีเคยมีน้ำ ปีนี้กลับแห้งขอดหมด น้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งลดลงอย่างรวดเร็ว ลดลงมากจนน้ำเหลือไม่ถึงครึ่ง โดยอ่างเก็บน้ำห้วยตามาย ตั้งอยู่ที่ ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ เป็นอ่างเก็บน้ำ 1 ใน 16 อ่างหลักของ จ.ศรีสะเกษ และเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่สุดของจังหวัด มีความจุดอ่างอยู่ที่ 37.29 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำเหลือ 7.353 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 19.72 เปอร์เซ็นต์ของความจุดอ่าง ตอไม้ในอ่างโผล่ขึ้นมาทั่วอ่าง ถือว่าปริมาณน้ำในอ่างลดลงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านสามารถลงเดินลุยน้ำได้ คาดว่าหากในสิ้นเดือน เม.ย. ยังไม่มีฝนตกลงมา น้ำจะแห้งขอด กระทบต่อพืชสวนไร่นาของประชาชนอย่างแน่นอนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่สุดใน จ. ศรีสะเกษ น้ำเหลือไม่ถึงครึ่ง

ขณะที่ จ.นครสวรรค์ เกษตรกร ต.ทับกฤชใต้ อ.ชุมแสง ต้องออกมาเก็บพริกแห้งที่เหลือจากความเสียหาย เพื่อหารายได้ให้กับครอบครัว หลังจากพริกที่ปลูกไว้ส่วนใหญ่แห้งเหี่ยวเน่าเสียเป็นจำนวนมาก นางบุญนำ แบ่งส่วน เกษตรกรหมู่ที่ 7 ต.ทับกฤชใต้ กล่าวว่า ในพื้นที่หลายหมู่บ้านของ ต.ทับกฤช เป็นพื้นที่รับน้ำจากแม่น้ำน่าน และจะเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี แต่ต้นปีที่ผ่านมาเกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรงจนทำให้ในพื้นที่ขาดแหล่งน้ำธรรมชาติและฝนทิ้งช่วงยาวนาน จนไม่สามารถหาน้ำมารดไร่พริกได้ ทำให้พริกที่ปลูกไว้ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง เมล็ดพริกหงิกงอ เน่าเสีย แห้งเหี่ยว และยังได้ส่งผลกระทบทำให้เกิดโรคระบาดจนไม่สามารถควบคุมได้ เบื้องต้น เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องทิ้งไร่พริกเพราะไม่สามารถเยียวยาได้ ส่วนที่ออกมาเก็บพริกในช่วงนี้ เป็นเพียงการเก็บพริกที่เหลือจากความเสียหายเพื่อหารายได้เท่านั้น.เม็ดพริกที่เหี่ยวเฉา ยืนต้นแห้งตาย

พริก ที่จ.นครสวรรค์ ยืนต้นแห้งตาย เพราะขาดน้ำอย่างหนัก

ที่มา>>>Thairath