การบีบนวดเป็นการกระตุ้นให้เกิดโรคเกาต์ได้จริงหรือ ?!

โรคเกาต์ คือ โรคที่ผู้ป่วยมีอาการข้ออักเสบ ทำให้เกิด อาการปวดข้อ ข้อบวม ซึ่งเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ส่วนมากจะเกิด บริเวณข้อโคนนิ้วโป้งเท้า ข้อเท้า และยังสามารถเกิดกับข้ออื่นๆ ในร่างกายได้

การอักเสบของโรคเกาต์เกิดจากการที่ผู้ป่วยมีระดับกรดยูริก ในเลือดสูง หรือสูงขึ้นอย่างทันที ทำให้กรดยูริกไปสะสมอยู่ในข้อ ผลึกของกรดยูริกที่อยู่ในข้อจะกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวในข้อเกิดการเปลี่ยนแปลง มีการปล่อยสารบางอย่างออกมาทำให้เกิดการอักเสบ ดังนั้นข้ออักเสบที่เกิดขึ้นในโรคเกาต์ มักจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับกรดยูริกในเลือดและในข้ออย่างทันที โดยมีสาเหตุมาจากการรับประทานเหล้า เบียร์ หรืออาหารที่มีปริมาณกรดยูริกสูง หรือแม้แต่การลดกรดยูริกในเลือดด้วยการรับประทานยาลดกรดยูริกก็อาจทำให้โรคกำเริบได้116300320ตามปกติแล้วการบีบนวดธรรมดาไม่ได้ทำให้โรคเกาต์กำเริบ เพราะไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับกรดยูริกในเลือด เว้นแต่ถ้าการบีบนวดนั้นทำด้วยความรุนแรงอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือการอักเสบบริเวณข้อ หรือการบีบนวดนั้นไปโดน บริเวณที่มีการสะสมของกรดยูริกใต้ผิวหนังเป็นก้อนที่เรียกว่า ก้อนโทฟัส (Tophus) อาจทำให้กรดยูริกเข้ามาในเลือด หรือเกิดสะสมทำให้เกิดการอักเสบในข้อ แต่กรณีนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก

jghjhg_1371566523

เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน ควรหมั่นสังเกตสุขภาพของตนเอง ให้มาก หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่แน่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับสุขภาพของเรา ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค เพื่อช่วยลดความกังวล และช่วยดูแลสุขภาพของเราให้ดีที่สุด ทุกครั้งที่คิดว่าร่างกายของเราผิดปกติอย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติ โตเต็มโชคชัยการ

คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ที่มา>>>Thairath

ยอดส่งออกชายแดนตาก พุ่ง มี.ค. เดือนเดียว ทะลุ 7 พันล้าน!

สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา จ.ตาก คึกคัก ยอดส่งออกตลอด มี.ค. 59 เพียงเดือนเดียว ทะลุ 7,000 ล้าน คาด สิ้นไตรมาส 4 อาจแตะ 70,000 ล้านบาท ขณะสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งเป็น เบียร์ น้ำมัน น้ำตาล

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 59 บรรยากาศการส่งออกช่วงหน้าร้อนที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นไปอย่างคึกคักโดยตลอดเดือน มี.ค. 59 การส่งออกสินค้าไปยังประเทศเมียนมา ผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา และตามท่าเรือผ่อนปรนอีกกว่า 20 แห่ง ไปยัง จ.เมียวดี ก่อนไปยังเมืองชั้นใน มียอดส่งออกเป็นประวัติการณ์มากถึง 7,155 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มียอดการส่งออกมากมายขนาดนี้นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยว่า ไทยกับเมียนมา เป็นบ้านพี่เมืองน้อง ค้าขายกันด้วยความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เมื่อเมียนมา ซื้อสินค้าไทยมาก ไทยก็ต้องนำเข้าสินค้าจากเมียนมา ด้วยเช่นกัน ทั้งอาหารทะเล ถั่ว และเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลัก รวมทั้งอัญมณีต่างๆทั้งนี้ สินค้าที่ส่งออกมากเป็นอันดับ 1 คือ เบียร์ น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำตาลทราย น้ำมันพืช น้ำอัดลม รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ อุปกรณ์การก่อสร้างก็มีส่งออกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ คาดว่ายอดส่งออกในสิ้นไตรมาสที่ 4 อาจจะทะลุ 70,000 ล้านบาท ซึ่งปีที่ผ่านมามียอดส่งออกประมาณ 60,000 ล้านบาท

ที่มา>>>Thairath