หนุ่มโดนตัดขาจากอุบัติเหตุ ร้องคู่กรณีผู้ใหญ่บ้าน หวั่นเปลี่ยนตัวผู้ต้องหารับผิดแทน

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดโรงเกลือศรีสะเกษ ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ นายชัยพร พอใจ อายุ 40 ปี และนายธีรศักดิ์ บัวใหญ่ อายุ 36 ปี โดยนายชัยพร ได้ร้องทุกข์ว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 59 เวลา 17.05 น. ตนได้ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น พีซีเอ๊กซ์ 150 ซีซี สีขาวหมายเลขทะเบียน 1 กง 9202 ระยอง โดยมี นายธีรศักดิ์ นั่งซ้อนท้ายไปด้วย เพื่อที่จะเดินทางไปชมอ่างเก็บน้ำที่อยู่ใกล้กับจุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชาช่องสะงำ และเมื่อมาถึงบริเวณทางโค้งถนนสายบ้านละลม –ช่องสะงำ หมู่ 8 ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ ห่างจากด่านทหารประมาณ 200 เมตร รถปิคอัพยี่ห้อนิสสัน รุ่นฟรอนเทียร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน บต 106 ศรีสะเกษ ซึ่งมีชายคนหนึ่งเป็นผู้ขับขี่มา ทราบภายหลังว่า เป็นผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งในเขต อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ มาพุ่งชนรถที่ตนขับขี่มาอย่างจัง

นายชัยพร กล่าวว่า ทำให้รถ จยย.ที่ตนขับขี่มากับนายธีรศักดิ์ กระเด็นไปตกข้างถนน ส่วนรถยนต์ปิคอัพได้หลบหนีไป ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ทหารมาประสบเหตุและนำตนกับนายธีรศักดิ์ส่งไปยัง รพ.ภูสิงห์ และแพทย์ได้ส่งต่อไปยัง รพ.ศรีสะเกษ เนื่องจากอาการสาหัสมาก โดยตนได้รับบาดเจ็บขาข้างขวาแตกละเอียดตั้งแต่โคนขา แพทย์ต้องตัดขาทิ้ง ซี่โครงหัก 2 ซี่ ข้อมือข้างขวาหัก กระดูกสะโพกข้างขวาแตก ส่วนนายธีรศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บกระดูกหัวไหล่หักผิดรูป มีบาดแผลฉีกขาดเป็นทางยาวที่ขาข้างขวา ต้องพากันพักรักษาตัวนานกว่า 1 เดือน201610091821259-20021028190511นายชัยพร กล่าวต่อไปว่า ส่วนรถปิคอัพที่ชนพวกตน คนขับได้ขับรถไปจอดทิ้งไว้ที่ ตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กม. และคนขับรถปิคอัพได้ว่าจ้างรถ จยย.รับจ้างให้ไปส่งเพื่อต้องการหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุโดยด่วน โดยที่ไม่ได้ให้การช่วยเหลือพวกตนแต่อย่างใด ต่อมาทราบว่า คนขับรถคันที่เกิดเหตุได้ติดต่อมอบตัวกับ ร.ต.ท.วินัย แนวจำปา พนักงานสอบสวน สภ.ภูสิงห์ จากนั้น ได้มีการติดต่อกับตนเพื่อขอเจรจาค่าเสียหายรวม 4 ครั้ง โดยยอมรับสารภาพว่า เป็นคนขับรถชนตนกับนายชัยพรจริง และจะขอเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาโดยจะขอนำเอาผู้หญิงคนหนึ่งมายอมรับว่าเป็นคนขับรถเอง เนื่องจากเกรงว่า เมื่อตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาแล้วอาจจะตกถูกปลดจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่ว่าตนและนายธีรศักดิ์ ยังไม่ได้ตกลงอะไรด้วย เนื่องจาก ได้รับบาดเจ็บสาหัสมากจนต้องถูกตัดขาขวาตั้งแต่โคนขาลงมาทิ้งไป และนายธีรศักดิ์ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน

นายชัยพร กล่าวด้วยว่า ตนและนายธีรศักดิ์ได้พักรักษาตัวนานประมาณ 1 เดือน ซึ่งระหว่างที่พักรักษาตัว ตนและนายธีรศักดิ์ ได้รับความเดือดร้อนลำบากมาก เนื่องจากไม่สามารถทำมาหากินได้ตามปกติ และหมดเงินค่ารักษาพยาบาลไปกว่า 500,000 บาท ซึ่งผู้ใหญ่บ้านคนขับรถคู่กรณีไม่เคยมารับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ทั้งที่เคยมาเจรจาขอชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ทำให้พวกตนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจึงขอร้องทุกข์กับสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ โดยขอให้ผู้ใหญ่บ้านคู่กรณีได้มาแสดงความรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องนี้จาก พ.ต.อ.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูสิงห์ แล้ว โดย พ.ต.อ.ศุภชัย เปิดเผยว่า คดีนี้มี ร.ต.ท.วินัย แนวจำปา เป็นร้อยเวรเจ้าของคดี ซึ่งตนจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าคดีมีความคืบหน้าไปแล้วมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้เพื่อจะได้ให้ความเป็นธรรมตามกฏหมายที่กำหนดไว้กับทั้ง 2 ฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ขอนแก่นก็มีชาวบ้านนุ่งกระโจมอกอาบน้ำประชดถนนเข้าหมู่บ้านพัง

ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านนุ่งกระโจมอกอาบน้ำบนถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้าน เรียกร้องให้ผู้รับผิดชอบออกมาซ่อมแซมด่วน ขณะที่นายกเล็กฯเผย อนุมัติงบซ่อมแซมแล้วขอให้ชาวชุมชนรอนิดนึง เพราะต้องรอให้หมดหน้าฝนถึงจะลงมือทำได้911844507_oเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่บ้านคำแคนใต้ ต.คำแคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น มีชาวบ้านจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุต่างพากันนุ่งกระโจมอกด้วยผ้าถุง พร้อมกับถือขันคนละใบ ออกมานั่งแช่น้ำและอาบน้ำบนถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้าน ในเส้นทางบ้านคำแคนใต้ -บ้านประดู่ ต.คำแคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังถนนเส้นทางสายดังกล่าวชำรุดทรุดโทรมมานาน โดยที่ยังคงไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไขปัญหา ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบของผู้สื่อข่าวพบว่า ถนนเส้นทางดังกล่าวทรุดโทรมเป็นหลุมบ่อยาวกว่า 2 กิโลเมตร ส่งผลให้ชาวบ้านต้องรวมตัวกันประชดความรับผิดชอบของหน่วยงานภาครัฐ ที่ยังคงไร้การเหลียวแลและไม่เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับชาวชุมชนแห่งนี้1800966394_oยายสนม จุ้มอังวะ อายุ 72 ปี ชาวบ้านบ้านคำแคนใต้ กล่าวว่า ถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านเส้นทางนี้ ประชาชนหลายหมู่บ้านใช้ในการสัญจรไป-มาทุกวัน ซึ่งก็ชำรุดทรุดโทรมาตามสภาพการใช้งาน ที่ผ่านมา ยังคงไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไขปัญหาหรือแสดงความรับผิดชอบ ในการคลายความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ซึ่งผู้นำหมู่บ้านได้ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานท้องถิ่นแล้วหลายครั้ง แต่เรื่องก็เงียบหายไป

“อาทิตย์ที่ผ่านมา ยายก็ปั่นจักรยานตกหลุมจนรถล้มได้รับอุบัติเหตุหัวเข่าแตก จึงชักชวนชาวบ้านออกมานุ่งผ้าถุงประชดหน่วยงานภาครัฐที่ไม่มาแก้ไขปัญหา และต้องการที่จะร้องขอให้สื่อมวลชนเป็นกระบอกเสียงคลายความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านด้วย เนื่องจากเส้นทางสายนี้ใช้สัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้าน เดือดร้อนอย่างมาก โดยเฉพาะในระยะนี้เป็นช่วงหน้าฝน ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก”
ยายสนม กล่าว1986959839_oผู้สื่อข่าวจึงโทรศัพท์ติดต่อไปยังนายหาญ อุปถัมภ์ นายกอบต.คำแคน ได้รับคำยืนยันว่า ขณะนี้มีงบประมาณปรับปรุงถนนเส้นทางดังกล่าวแล้ว โดยเป็นงบประมาณสะสมของอบต.ที่มีอยู่ 470,000 บาท ซึ่งทาง อบต.ได้ทำสัญญากับผู้รับเหมาให้มาดำเนินการซ่อมแซมปูหินคลุกแล้วเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร แต่ผู้รับเหมาบอกว่าช่วงนี้ฝนตกหนัก ไม่สามารถปรับปรุงซ่อมแซมได้ ต้องรอให้หมดหน้าฝนก่อน

 ที่มา>>>ข่าวสด

รวบแล้วพ่อค้ายำยิงกรอกปากผจก.ตลาดนัดหัวหิน รับแค้นที่ถูกด่ามานานนับปี

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ก.ค. พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน พร้อมด้วย พ.ต.ท.เสมอ อยู่สำราญ รอง ผกก.สภ.หัวหิน และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวนายปรีชา หรือ ต้อ นทีปราการ พ่อค้าขายอาหารยำภายในตลาดนัดไดโนเสาร์ หลังจากที่นายปรีชาก่อเหตุจ่อยิง นายสุวัฒน์ หรือเก่ง ปิงเมือง ผู้จัดการตลาดนัดไดโนเสาร์ กระสุนเข้าที่ปากอาการสาหัส เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 9 ก.ค. ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด และชาวบ้านที่กำลังเลือกซื้ออาหารอยู่เป็นจำนวนมาก ก่อนที่นายเก่งจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลหัวหิน เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.วันที่ 10 ก.ค. โดยนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ตามกลางญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ที่มารอดูการแถลงข่าวที่บริเวณด้านหน้า สภ.หัวหิน โดยมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความวุ่นวาย โดยหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว ทางญาติผู้เสียชีวิตมอบดอกไม้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอบคุณที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จ จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณตลาดนัดไดโนเสาร์ ทั้งจุดจอดรถและจุดที่จ่อยิงนายเก่งจนเสียชีวิต ท่ามกลางไทยมุงจำนวนมาก แต่ไม่มีเหตุวุ่นวายใดๆเกิดขึ้น พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชน พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หัวหิน เร่งรัดติดตามตัวผู้ต้องหา โดยได้สนธิกำลังกับ พ.ต.อ.ชินวร เจียห์สกุล ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และทีมสืบสวน ก่อนสามารถติดตามจับกุมตัวนายต้อได้ที่บ้านญาต ในพื้นที่เขตรังสิต กรุงเทพฯ โดยชนวนเหตุในครั้งนี้มาจากเหตุทะเลาะวิวาทส่วนตัว โดยหลังก่อเหตุนายปรีชานำอาวุธปืนลูกซองสั้น ไม่มีทะเบียน ที่อ้างว่าเป็นของเพื่อน ไปโยนทิ้งในพงหญ้าริมถนนบายพาส พื้นที่ อ.ชะอำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังไปค้นหาอาวุธปืนแล้วครั้งหนึ่งแต่หาไม่พบ จากนั้นผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซูเมอร์เอ็กซ์ ป้ายแดง ไปจอดไว้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.ลุงเท่ง ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แล้วขึ้นรถตู้ไปกลบดานที่บ้านญาติในกรุงเทพฯ กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด ด้านนายปรีชา ให้การรับสารภาพว่า ตนกับภรรยาประกอบอาชีพขายอาหารประเภทยำทุกชนิด ตามตลาดนัดต่างๆ ในตัวเมืองหัวหินซึ่งขายดี เพราะภรรยาเป็นคนทำอาหารอร่อย มีลูกค้าประจำจำนวนมาก ส่วนสาเหตุของการลั่นไกในครั้งนี้ เกิดจากตนทนไม่ไหวที่ถูกนายเก่งหาเรื่องด่าทอ และท้าทายมานานนับปี แม้พยายามหลีกเลี่ยงหลายครั้ง เพราะไม่อยากมีปัญหากับผู้ตาย จนไม่สามารถขายของที่ตลาดนัดได้

จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุนายเก่งที่ชอบดื่มสุรามีอาการมึนเมา มาหาเรื่องด่าทอที่ร้านตน เรื่องที่ตนตอกตะปูร้านมีตะปูหล่น เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องก็เกิดชกต่อยกันขึ้น กระทั้งวันเกิดเหตุก็ยังเกิดเขม่นกันอีก ทำให้ตนทนไม่ไหวเกิดบันดาลโทสะ ตัดสินใจกลับบ้านไปนำอาวุธปืนลูกซองสั้น ไม่มีทะเบียน ที่ขอยืมเพื่อนไว้ ใส่รถจักรยานยนต์มายังตลาดนัด เพื่อหวังจะจบปัญหาทั้งหมด ก่อนพบผู้ตายยืนอยู่ด้านหน้าร้านไก่ย่างริมทางเดินในตลาดนัด ตนจอดรถจักรยานยนต์ริมถนนแล้วเดินเข้าไปหานายเก่ง ก่อนใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นจ่อยิงเข้าที่ปากไป 1 นัด จนนายเก่งล้มลงกองกับพื้นดิน แล้วตนก็หันหลังกลับมาขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหนีออกทางถนนบายพาส โดยที่ไม่ทราบว่านายเก่งจะเสียชีวิตหรือไม่ เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ ก็คิดได้ว่าทำผิด จึงพยายามติดต่อเพื่อขอมอบตัวกับตำรวจท่านหนึ่ง ที่รู้จักและทำงานอยู่ที่ สภ.หัวหิน แต่ยังไม่ทันเดินทางเข้ามอบตัว ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมเสียก่อน

ที่มา>>>ข่าวสด

แห่ช่วย ‘น้องธาวิน’ ด.ช.พิการ 9 ขวบสู้ชีวิตยอดเงินพุ่ง 1.3 ล้าน แม่ห่วงลูกหวั่นตาบอดถาวร

จากกรณีที่ได้มีการนำเสนอข่าวด.ช.ธาวิน เขียวฉะอ้อน วัย 9 ขวบนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดตลาดใหม่ ต.ตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ที่พิการทางด้านสายตาและสมอง ประสบปัญหาในการเรียน มีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก แต่มีความขยัน สู้ชีวิต หลังเลิกเรียนนอกจากจะทำการบ้านของตัวเองแล้ว ยังจะไปช่วยตาแยกของเก่าเก็บขาย โดยอาศัยอยู่กับตายาย และแม่ โดยผู้เป็นแม่ก็มีความพิการด้วย รายละเอียดตามข่าวที่เสนอไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.ค.59 นั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นบ้านของด.ช.ธาวิน นายมณเทียร อ่อนสกุล นายกสมาคมวีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง นำคณะกรรมการบริหาร และเจ้าหน้าที่สมาคม เข้าเยี่ยมและมอบทุนการศึกษาให้กับน้องธาวิน โดยเมื่อไปถึงพบนางปุกทอง คำแก้ว อายุ 41 ปี แม่ของด.ช.ธาวิน นั่งอยู่ในบ้านจากการสอบถามนางปุกทอง กล่าวว่า หลังจากที่สื่อนำเสนอข่าวของน้องธาวินไป ก็มีประชาชนที่มีจิตเมตตาและหน่วยงานราชการต่างๆ เข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างไม่ขาดสาย ประชาชนบางคนบางกลุ่มที่ทราบข่าวก็เดินทางมาเยี่ยม และโทรมาสอบถามเรื่องของน้องธาวิน โดยได้มอบเงินและโอนเงินเข้ามาในบัญชีของตน เพื่อช่วยเหลือน้องธาวินเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุดตนนำสมุดบัญชีไปเช็กที่ธนาคาร มียอดเงินเข้ามามากเป็นจำนวนเงินสูงถึง 1,310,202 บาท โดยตนจะนำเงินในบัญชีให้น้องธาวินดู น้องธาวินถึงกับดีใจที่จะได้มีเงินรักษาตัวแล้ว นางปุกทอง กล่าวต่อว่า ตนดีใจไม่แพ้น้องธาวินเลย ที่จะมีเงินมารักษาน้องแล้ว โดยก่อนหน้านี้ไม่มีความหวังว่าจะรักษาน้องได้เลย เพราะค่าผ่าตัดแพงและครอบครัวก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำไปวันๆ ถึงแม้ตอนนี้จะได้เงินบริจาคมามาก แต่ตนก็ยังคงทำงานกันต่อไปเหมือนเดิม และจะพาน้องไปตรวจตามที่หมอนัด คือวันที่ 5 ส.ค.นี้ และจะปรึกษากับทางหมอว่าจะสามารถรับการผ่าตัดได้เลยหรือไม่ ซึ่งตนอยากให้ลูกรับการรักษาเลย เพราะหากปล่อยไว้นานกว่านี้ เกรงว่าน้องตาอาจจะบอดถาวรได้ น้องธาวิน กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจมาก ที่มีคนมีจิตเมตตาบริจาคเงินมาช่วยตนมากขนาดนี้ ตนจะเอาเงินจำนวนนี้ไปรักษาตัวเอง และเก็บไว้เรียนหนังสือ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณทุกคนและทุกหน่วยงานที่สงสารตน เข้ามาช่วยเหลือตน โดยรับปากจะตั้งใจเรียน สร้างอนาคตให้ตัวเอง เป็นคนดีของสังคม และเลี้ยงแม่ เลี้ยงตากับยายให้ดี และที่สำคัญขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอเรื่องของตน จนทำให้มีประชาชนทราบข่าวบริจาคเงินมาช่วย หากไม่มีการนำเสนอข่าวของตนในวันนี้ ก็คงไม่มีวันดีๆ แบบนี้สำหรับชีวิตตน ขอขอบคุณจริง ๆ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากประชาชนต่างจะทยอยมาเยี่ยมและมอบเงินกับน้องธาวินที่บ้านแล้ว ยังมีหลายคนที่ไปเยี่ยมที่โรงเรียน และสอบถามความเป็นอยู่และอาการจากทางคุณครู ซึ่งทุกคนล้วนแต่มีจิตเมตตาสงสารน้องธาวินทั้งสิ้น

ที่มา>>>>ข่าวสด