ซิป้าเปิดประสบการณ่ใหม่ให้นักท่องเที่ยวด้วยแอปพลิเคชัน“SEE THRU THAILAND”

ซิป้าเปิดประสบการณ่ใหม่ให้นักท่องเที่ยวด้วยแอปพลิเคชัน“SEE THRU THAILAND”ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย อาทิ ภูเขา ทะเล น้ำตก รวมถึงแหงท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม วัดวาอาราม ปราสาทราชวังต่างๆ รวมถึงกิจกรรมสันทนาการ กีฬา อาหารไทย และกิจกรรมการช้อปปิ้งช่วยเสริมให้ประเทศไทยเป็นปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เห็นไปจากมาตรฐานและนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องนายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ กล่าวว่า จากความสำคัญของการท่องเที่ยวที่จะต้องได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง และเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)หรือซิป้า จึงได้จัดทำแอปพลิเคชัน “SEE THRU THAILAND” แอปพลิเคชันที่ใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริง (Real) เข้ากับโลกเสมือน (Virtual) ซึ่งทำให้ภาพที่เห็นในจอภาพกลายเป็นวัตถุ 2 หรือ 3 มิติลอยอยู่เหนือพื้นผิวจริง หรือเป็นภาพซ้อนต่างๆ ถือเป็น Interactive Media ที่เล่นกับผู้ใช้อย่างแท้จริง ช่วยเปิดมุมมองการนำเสนอข้อมูลการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่และตอบโจทย์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวได้ดี นอกจากนี้ยังเอื้อให้ประโยชน์ให้ผู้ประกอบการธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวสามารถนำมาต่อยอดการทำการตลาดให้เข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้โดยตรงช่วยลดต้นทุนการทำการตลาด

แอปพลิเคชัน SEE THRU THAILAND มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการรับข้อมูล ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยจัดทำให้ข้อมูลท่องเที่ยวให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนข้อมูลสำหรับกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง และนักท่องเที่ยวที่ใช้เทคโนโลยีการจัดการการเดินทาง ภายใต้โครงการส่งเสริมการพัฒนาเนื้อหาดิจิทัลเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว (Quality Leisure Destination and Creative Tourism)

ภายในแอปพลิเคชันประกอบไปด้วยข้อมูลท่องเที่ยวไทย 10 จังหวัด ได้แก่
ภาคเหนือ – จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำปาง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดอุบลราชธานี
ภาคตะวันออก – จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด
ภาคตะวันตก – จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเพชรบุรี
ภาคใต้ – จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา

ผู้ใช้จะสามารถเข้าดูข้อมูลได้อย่างครบถ้วนภายในแอปพลิเคชันเดียว เช่น ข้อมูลที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถานที่สำคัญ สินค้าและบริการ และแผนที่การนำทาง เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกความทรงจำโดยการถ่ายภาพและตกแต่งด้วยกรอบและสติ๊กเกอร์น่ารักๆ แบบไทยได้อีกด้วย“SEE THRU THAILAND” ยังนำเทคโนโลยี AR มาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ใช้ในการสร้างเรื่องราวท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ โดยแบ่งรูปแบบการนำเสนอเป็นหมวดต่าง ๆ เช่น

Living History – ที่ผู้ใช้สามารถมองเห็นภาพในอดีตของสถานที่นั้นๆ บุคคลที่เกี่ยวข้องในอดีต รวมไปถึงประเพณีหรือกิจกรรมที่เคยเกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนั้น
Movie Hunt – ตามรอยหนัง ชมฉากประทับใจจากภาพยนตร์เรื่องโปรดในสถานที่ถ่ายทำจริง
360 ํ – สุดเหวี่ยงไปกับภาพในมุมมองใหม่ไม่ว่าจะเป็น ภาพใต้น้ำ ภาพมุมสูง Time-lapse ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น Snap ถ่าย และแต่งรูปด้วยสติกเกอร์เก๋ไก๋สไตล์ไทยแท้ที่จะทำให้ผู้ใช้ได้สนุกไปกับ การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่


“สำหรับชาวจันทบุรี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ จันทบุรี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO จันทบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

คุณปู่สู้ชีวิต!! อายุ 105 ปี เผาถ่านขายประทังชีวิต-อยากไปทำบุญก็ลำบาก ทำงานไม่ไหวไม่รู้จะอยู่อย่างไร(คลิป)

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 1 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 173 บ้านป่าไร่ใหม่ หมู่ที่ 8 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เนื่องจากเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวเป็นผู้สูงอายุ อายุมากถึง 105 ปี ซึ่งผู้สูงอายุรายนี้มีอายุยืนที่สุดในจังหวัดสระแก้ว หลังเดินทางเข้าไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พบคุณปู่สี สมใจ อายุ 105 ปี กำลังก่อไฟหุงข้าว ซึ่งคุณปู่บอกว่า นางทา สมใจ อายุ 56 ปี ภรรยาของคุณปู่ ออกไปเก็บผักเก็บหญ้า และเก็บดอกไม้ไปทำบุญที่วัด แต่ตนเองเดี๋ยวนี้ไม่ได้ไปวัดทำบุญแล้ว เนื่องจากลุกนั่งลำบาก201610010831411-20110512164110คุณปู่บอกว่า ลุกขึ้นหุงข้าวตามปกติแบบนี้ทุกวัน เพราะยังทำได้ วันนี้ได้ต้มหัวปลากับปลาร้า มีกับข้าวเพียงอย่างเดียว เพราะไม่ชอบกินกับข้าวหลายอย่าง ส่วนที่ทำให้อายุยืนก็กินผักตามหัวไร่ปลายนา ทุกวัน คุณปู่บอกว่าทุกวันอยู่อย่างลำบาก เนื่องจากเบี้ยยังชีพเดือนละ 1,000 บาท ต้องใช้อย่างกระเบียดกระเสียร เนื่องจากข้าวของแพงหูฉี่ แพงไปหมดทุกอย่าง ตนเองจึงต้องเผาถ่านขาย ส่วนภรรยาก็ออกไปรับจ้างฉีดยาบ้าง รับจ้างดายหญ้าบ้าง พอได้เงินมาประทังชีวิตไปวันๆ ยังไม่รู้เลยว่าหลังจากเผาถ่านไม่ไหวแล้วจะทำกันอย่างไร

201610010831412-20110512164110หลังจากคุณปู่หุงข้าวและอุ่นกับข้าวเรียบร้อยแล้ว คุณปู่ก็ออกไปเลื่อยฟืน เป็นท่อนๆ เพื่อเตรียมเผาถ่านขายให้กับพ่อค้า แม่ค้า ที่ย่างไก่ขายและร้านอาหารที่จะสั่งจองมาเป็นขาประจำ

ผู้สื่อข่าวสอบถามคุณปู่ว่า เลื่อยไม้ทั้งวันอย่างนี้แล้วไม่เหนื่อยหรือ คุณปู่บอกว่า ไม่เหนื่อย หากได้เลื่อยไม้ จะนอนหลับสบาย แถมกินข้าวได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะหากมีต้มผักจิ้มกับต้มปลาร้า กินข้าวได้หายห่วง201610010831415-20110512164110สิ่งที่อยากได้ตอนนี้เสื้อผ้าและผ้าห่มทางทหารก็นำมาให้มีพร้อมทุกอย่าง แต่อยากได้เบี้ยยังชีพคนชราเพิ่ม เนื่องจากหากเผาถ่านขายไม่ได้ เบี้ยชรา 1,000 บาท ไม่พอซื้อข้าวปลาอาหารกินได้ตลอดทั้งเดือน

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮือฮา!ชาวบ้านลากอวนได้ปลาบึกยักษ์หนัก 110 ก.ก.ส่งขายแม่ค้า ร้านอาหารแย่งกันซื้อไปทำเมนูเด็ด

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าว จ.นครพนม รับแจ้งจากแม่ค้าปลาในตลาดสดเทศบาลเมืองนครพนม ว่า มีชาวประมงพื้นบ้านล่าปลาบึกจาก 3 จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำโขงนำมาส่งขายให้ 3 ตัวรวมน้ำหนัก 260 กิโลกรัม โดยเฉพาะตัวใหญ่สุดมีน้ำหนักมากถึง 110 กิโลกรัม สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่ขับรถผ่านไปมาที่พบเห็น เพราะเป็นปลาที่หายากในรอบ 3 เดือน จะพบเห็นได้แค่ 1-2 ตัวเท่านั้น หลังรับซื้อไว้ไม่ถึง 2 ชั่วโมง ปรากฏว่ามีร้านอาหารและภัตตาคารชื่อดังหลายแห่ง แย่งกันจองหน้าเขียงไปประกอบเมนูเด็ด

OLYMPUS DIGITAL CAMERAนางเด่น คันทักษ์ วัย 59 ปี แม่ค้าขายปลาในตลาดเทศบาลเมืองนครพนม กล่าวว่า ช่วงปลายฝนต้นหนาวและใกล้เทศกาลออกพรรษา จะมีชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ จ.นครพนม บึงกาฬ และจ.มุกดาหาร ลากอวนหาปลาในแม่น้ำโขง ได้ปลาหลายชนิดน้อยใหญ่ก็จะนำมาขายให้ตน ที่ผ่านมามีเฉพาะชาวประมงริมตลิ่งแม่น้ำโขงของ จ.นครพนม นำมาขายให้เพื่อให้ตนชำแหละ ก่อนมีออร์เดอร์สั่งจองไว้ล่วงหน้า เพื่อส่งตามภัตตาคาร โรงแรม และร้านอาหารชื่อดังหลายแห่งOLYMPUS DIGITAL CAMERAแม่ค้าปลาวัย 59 ปี กล่าวต่อว่า หลังจากมีข่าวแพร่สะพัดออกไปว่าตนรับซื้อปลาขนาดใหญ่หลายชนิดที่นิยมนำไปทำเมนูเด็ด หายากและมีราคาแพง มีชาวประมงจากจ.บึงกาฬ นำปลาบึกที่ล่าได้จากแม่น้ำโขง มาขายให้น้ำหนัก 110 กิโลกรัม จากจ.มุกดาหาร จำนวน 1 ตัว น้ำหนัก 90 กิโลกรัม และจาก จ.นครพนม อีก 1 ตัวน้ำหนัก 60 กิโลกรัม โดยเฉพาะปลาบึก 3 ตัวที่รับซื้อไว้วันนี้รวมน้ำหนัก 260 กิโลกรัม ซื้อในราคากิโลกรัมละ 250 บาท เป็นเงิน 65,000 บาท หากชำแหละแล้วจะขายต่อในราคากิโลกรัมละ 300 บาทOLYMPUS DIGITAL CAMERA“สาเหตุที่ชาวประมงนำปลาบึกมาขายให้ เพราะแม่ค้าพ่อค้าใน จ.มุกดาหาร และ จ.บึงกาฬ ไม่กล้ารับซื้อเป็นตัวเพราะใช้ทุนสูง ชาวประมงพื้นบ้านจึงเบนเข็มมาขายให้ที่ร้าน เพื่อชำแหละส่งขายในร้านอาหารหลายแห่ง โดยแต่ละแห่งสั่งครั้งละ 50-100 กิโลกรัม ปรากฏว่าภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง หลังข่าวแพร่สะพัดออกไปปลาบึก 3 ตัวใหญ่หมดในเวลาอันรวดเร็ว หลังรับโทรศัพท์จากร้านอาหารชื่อดังแทบไม่ทัน เพราะเป็นปลาที่หายากและเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เชื่อว่าผู้ที่ได้รับประทานแล้วจะมีอายุยืนยาว ร้านอาหารนิยมนำไปผัดเผ็ด ผัดฉ่า ต้มยำ รสชาติเนื้อปลาอร่อยมากที่สุดในบรรดาปลาตระกูลหนัง โดยเฉพาะปลาธรรมชาติที่ล่าได้จากแม่น้ำโขง” นางเด่น กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่นางเด่นแม่ค้าปลา ชำแหละปลาบึกยักษ์ 3 ตัว เพื่อส่งให้ร้านอาหารอีกทอด ปรากฏว่าผู้ที่ขับรถผ่านไปทางออกตลาดสดพบเห็น มาขออุ้มปลาบึกปลาน้ำจืดขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งน้ำหนัก 110 กิโลกรัม รวม 4 คน เพื่อขอถ่ายภาพลงในสื่อโลกออนไลน์แทบอุ้มไม่ขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

“ความเห็นแก่ตัว มะเร็งร้ายสังคมไทย” ข้อความจาก “มอริส เค” ที่ฟังแล้วเจ็บจี๊ด

มอริส เค นักแสดงรุ่นใหญ่ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเล่าเรื่อง ความเห็นแก่ตัว – น้ำใจ ซึ่งเป็นบทสทนาที่เกิดขึ้นในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่ มอริส เค ได้ฟังและนำมาเขียนต่อไว้ โดยระบุว่า “ความเห็นแก่ตัว…มะเร็งร้ายสังคมไทย  เป็นบทสนทนาสั้นๆ ของฝรั่ง 2 คนที่ดูแล้วเดาว่าน่าจะเป็น “อาจารย์” ของโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งบนถนนสุขุมวิท, ทั้งคู่คุยกันด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายเมืองไทยระหว่างนั่งรอ Sandwiches อยู่ในร้าน Subway ที่ไม่มีลูกค้าอื่นใดนอกจากผมพวกเขาพูดเรื่องทางเท้า ซึ่งในประเทศเราไม่ได้ออกแบบไว้ให้ “คน” เดิน แต่มีไว้ให้พ่อค้าแม่ค้าขายของ, ไว้ให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างขี่สวนทางและไว้จอดรถแล้วฝรั่งคนหนึ่งก็พูดว่า “พื้นฐานของคนประเทศผมคือวินัยแต่พื้นฐานของคนไทยคือความเห็นแก่ตัว” “คนในประเทศผมจะคิดแล้วคิดอีก” ถ้าการจอดรถของเขาทำให้ใครลำบาก และทุกครั้งจะจบลงด้วยการบอกตัวเองว่า “ไม่จอดดีกว่า” หรือไม่ก็ไปจอดไกลๆ แล้วเดินย้อนมา แต่คนไทยไม่…คนไทยจะ “เห็นแก่ตัว” ทุกที่ที่มีจังหวะ

ไม่ว่ามันจะเป็นการจอดบนทางเท้า / บนเลนจักรยานและแม้กระทั่งปากซอยหรือกลับรถแล้วจอดทันทีเพราะสันดานพื้นฐานของคนไทยคือ “ความเห็นแก่ตัว” และ “บังคับให้คนอื่นต้องหลบ” เพื่อให้ตนเองได้รับสิทธิพิเศษหรือความสบายมากที่สุดเสมอ เมื่อไรที่ความเห็นแก่ตัวของคนไทยไม่ได้รับการตอบสนอง, คนไทยจะเรียกหา “น้ำใจ” เขาเคยนึกว่า “น้ำใจ” ของคนไทยช่างแสนดี แต่วันนี้เขารู้แล้วว่า “น้ำใจ” คือข้ออ้างของความเห็นแก่ตัว ไม่ยอมให้แซงคิวในร้านอาหาร = ไม่มีน้ำใจ ไม่ยอมให้จอดรถซื้อของกระพริบไฟ = ไม่มีน้ำใจ [แม้จะทำให้รถติดยาวไปอีก 3 กิโลฯ  ไม่ยอมหลบให้รถมอเตอร์ไซค์ที่ขี่สวนเลนบนทางเท้า = ไม่มีน้ำใจ

ฝรั่งคนหนึ่งบอกว่า “น้ำใจ” คือภาษาไทยคำแรกๆ ที่เขาเรียนรู้ตอนมาถึงประเทศนี้แต่ปัจจุบันมันคือคำที่น่า “ขยะแขยง [Disgusting]” สำหรับเขาเพราะมันคือการที่คนไทยจ้องจะเอาเปรียบกันทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้โดยไม่สนใจใครทั้งนั้น ตอนผมฟังประโยคแรกว่า “พื้นฐานของคนประเทศผมคือวินัยแต่พื้นฐานของคนไทยคือความเห็นแก่ตัว” ก็อยากจะค้าน แต่หลังจากที่พยายามคิดหาเหตุผล, สุดท้ายผมก็นั่งทาน Subway ต่อไปเงียบๆ พลางนึกถึงแฟนเก่าสาวญี่ปุ่นที่เคยตกใจตอนเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางเทน้ำแกงจากหม้อลงบนถนนกับคำถามที่ว่า “แล้วถ้ามีหนูมีแมลงสาปมาทำรังใครจะรับผิดชอบ ?” และ “ทำไมเราต้องมีน้ำใจให้คนเห็นแก่ตัว” 

ที่มา>>>ข่าวสด

ถล่มด่าเละ ฟิวส์ กิติกร พระเอกจักร์ๆ วงศ์ๆ ทำตัวเป็นเทวดา

เป็นประเด็นทำตัวเป็นเทวดาสำหรับดารานักแสดงหนุ่มที่แจ้งเกิดจากละครจักร์ๆ วงศ์ๆ ทางช่อง 7 หลายต่อหลายเรื่อง แต่ช่วงหลังหันมาแสดงละครหลังข่าวซึ่งกำลังถ่ายทำเรื่อง “หักลิ้นช้าง” จากกรณีที่ทางผู้จัดการส่วนตัวของดาราหนุ่ม “ฟิวส์ กิติกร” ได้โพสอินสตาแกรมที่ใช้ชื่อว่า book18 โพสต์คลิปวีดีโอที่ดาราหนุ่ม ให้พนักงานร้านอาหารร้านนึงอุ้มเจ้าตัวไปขึ้นรถที่น้ำท่วมอยู่ พร้อมบรรยายแคปชั่นใต้ภาพว่า “ชีวิตโครต VIP @fuse_kitikron  มากินข้าวฝนตกน้ำท่วมไปขึ้นรถไม่ได้ #พนักงานที่นี่บริการดีจิงๆ ฮาว่ะ” ทำให้เกิดกระแสในแง่ลบกับผู้ที่เข้ามาคอมเม้นท์ข้อความในลักษณะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของดาราหนุ่มบางข้อความจัดหนักต่อว่าดารหนุ่มว่า ทำตัวเหมือนคนพิการ นึกว่าเป็นเทวดา นึกว่าอุ้มคนพิการ ทุเรศค่ะ ขนาดเซเลปดังๆ เค้ายังไม่ทำแบบนี้ จะกินข้าวนอกบ้านทั้งทีลำบากคนอื่นน่าสมเพชฯลฯ

เรียกว่ามีแต่เสียงตำหนิในการกระทำของพระเอกหนุ่มฟิวส์ถึงความไม่เหมาะสม ขนาดซุปตาร์ยังไม่ทำกันแบบนี้เลย

ที่มา>>>Sanook