หวิดปะทะ! เกษตรกรพบพระ แย่งสูบน้ำปลูกพืช นอภ. รุดเคลียร์จบสวย

เกษตรกรปลายน้ำ อ.พบพระ จ.ตาก โวย ปีนี้น้ำมาน้อยถูกคนต้นน้ำสูบไปมาก ทำเดือดร้อน ด้าน นอภ. ร่วม อบต.รวมไทยพัฒนา แก้ปัญหา อนุญาตติดตั้งเครื่องสูบน้ำเข้าไร่ได้ทุกราย

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 59 ที่อ่างเก็บน้ำบ้านรวมไทยพัฒนา 6 ต.รวมไทยพัฒนา อ.พบพระ จ.ตาก นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอพบพระ พร้อมเจ้าหน้าที่ อบต.รวมไทยพัฒนา ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาการแย่งน้ำเข้าไร่ เนื่องจากปีนี้เกษตรกรจำนวนเกือบ 10,000 ไร่ ในพื้นที่กำลังขาดแคลน โดยปกติน้ำจากอ่างเก็บน้ำจะไหลไปตามทางน้ำล้นเข้าสู่คลองธรรมชาติ แต่เนื่องจากมีน้ำมาน้อย เกษตรกรที่อยู่ต้นน้ำต่างกักเข้าไร่จนเกษตรกรที่อยู่ปลายน้ำเดือดร้อนจนเกิดการทะเลาะจากการกักน้ำ ทำให้พืชผลแห้งเหี่ยวใกล้ตายจำนวนมากเกษตรกรเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อนำน้ำไปเพราะปลูกหลังแล้งจัดขาดแคลนน้ำ จนเกือบเปิดศึกแย่งน้ำกัน ที่ อ.พบพระ จ.ตาก

เบื้องต้น นายอำเภอพบพระ อนุญาตให้เกษตรกรสามารถนำเครื่องสูบน้ำมาสูบเข้าไร่ได้ทุกราย ส่งผลให้รอบๆ ริมอ่างเก็บน้ำมีเครื่องสูบเกือบ 50 เครื่อง ต่างเร่งสูบน้ำเข้าไร่ของแต่ละคนตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ผ่านพ้นวิกฤติการแย่งน้ำไปได้ ซึ่งเกษตรกรบางรายอยู่ไกลกว่า 5 กิโลเมตร ต้องใช้ท่อต่อกว่า 1,000 ท่อ ลงทุนนับแสนบาท

นายอำเภอพบพระ กล่าวว่า ช่วงเดือนนี้เป็นช่วงที่เกษตรกรดำเนินการเพาะปลูกทำการเกษตร แต่น้ำที่ไหลตามคลองหยุดไหล ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่คือ ประสานว่าใครมีเครื่องสูบน้ำ สามารถนำมาสูบที่สระแห่งนี้ได้ โดยจุดที่ไกลสุดประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อที่จะเอาน้ำไปหล่อเลี้ยงการเกษตร เป็นการตกลงทำความเข้าใจกับเจ้าของไร่ทั้งหมด โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อบต. ช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาการแย่งน้ำในครั้งนี้แล้งจัด น้ำเหลือน้อย เกษตรกรเดือดร้อนหนัก เพราะกลุ่มน้ำน้ำแย่งสูบน้ำไปหมด

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า อ.พบพระ เป็นเมืองเกษตรกรรมเกือบทั้งอำเภอ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่มีน้ำจากดอยสูงไหลลงมา แต่ปีนี้นับเป็นประวัติการณ์ที่ประสบภัยแล้งเป็นปีแรก จนถึงขนาดเกิดการแย่งน้ำดังกล่าว.

ที่มา>>>Thairath

อ่างใหญ่สุดศรีสะเกษ น้ำเหลือไม่ถึงครึ่ง-นครสวรรค์ พริกยืนต้นตาย

ภัยแล้งคุกคามไม่หยุด อ่างเก็บน้ำห้วยตามาย จ.ศรีสะเกษ น้ำลดฮวบเหลือไม่ถึงครึ่ง ขณะเกษตรกรไร่พริกนครสวรรค์ ต้องทิ้งให้ยืนต้นตาย หลังผลผลิตแห้งเหี่ยว หงิกงอ จากการขาดน้ำหล่อเลี้ยงยาวนาน

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกพื้นที่ใน จ.ศรีสะเกษ เริ่มประสบกับความแห้งแล้ง แล้งเร็วและหนักกว่าทุกปี แหล่งน้ำต่างๆ ตามทุ่งนาทุกปีเคยมีน้ำ ปีนี้กลับแห้งขอดหมด น้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งลดลงอย่างรวดเร็ว ลดลงมากจนน้ำเหลือไม่ถึงครึ่ง โดยอ่างเก็บน้ำห้วยตามาย ตั้งอยู่ที่ ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ เป็นอ่างเก็บน้ำ 1 ใน 16 อ่างหลักของ จ.ศรีสะเกษ และเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่สุดของจังหวัด มีความจุดอ่างอยู่ที่ 37.29 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำเหลือ 7.353 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 19.72 เปอร์เซ็นต์ของความจุดอ่าง ตอไม้ในอ่างโผล่ขึ้นมาทั่วอ่าง ถือว่าปริมาณน้ำในอ่างลดลงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านสามารถลงเดินลุยน้ำได้ คาดว่าหากในสิ้นเดือน เม.ย. ยังไม่มีฝนตกลงมา น้ำจะแห้งขอด กระทบต่อพืชสวนไร่นาของประชาชนอย่างแน่นอนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่สุดใน จ. ศรีสะเกษ น้ำเหลือไม่ถึงครึ่ง

ขณะที่ จ.นครสวรรค์ เกษตรกร ต.ทับกฤชใต้ อ.ชุมแสง ต้องออกมาเก็บพริกแห้งที่เหลือจากความเสียหาย เพื่อหารายได้ให้กับครอบครัว หลังจากพริกที่ปลูกไว้ส่วนใหญ่แห้งเหี่ยวเน่าเสียเป็นจำนวนมาก นางบุญนำ แบ่งส่วน เกษตรกรหมู่ที่ 7 ต.ทับกฤชใต้ กล่าวว่า ในพื้นที่หลายหมู่บ้านของ ต.ทับกฤช เป็นพื้นที่รับน้ำจากแม่น้ำน่าน และจะเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี แต่ต้นปีที่ผ่านมาเกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรงจนทำให้ในพื้นที่ขาดแหล่งน้ำธรรมชาติและฝนทิ้งช่วงยาวนาน จนไม่สามารถหาน้ำมารดไร่พริกได้ ทำให้พริกที่ปลูกไว้ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง เมล็ดพริกหงิกงอ เน่าเสีย แห้งเหี่ยว และยังได้ส่งผลกระทบทำให้เกิดโรคระบาดจนไม่สามารถควบคุมได้ เบื้องต้น เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องทิ้งไร่พริกเพราะไม่สามารถเยียวยาได้ ส่วนที่ออกมาเก็บพริกในช่วงนี้ เป็นเพียงการเก็บพริกที่เหลือจากความเสียหายเพื่อหารายได้เท่านั้น.เม็ดพริกที่เหี่ยวเฉา ยืนต้นแห้งตาย

พริก ที่จ.นครสวรรค์ ยืนต้นแห้งตาย เพราะขาดน้ำอย่างหนัก

ที่มา>>>Thairath

‘บิ๊กตู่’ ใช้ ม.44 แก้ภัยแล้ง-ชาวนาหันปลูกเห็ดสร้างรายได้

บิ๊กตู่1

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. หลังจากภัยแล้งได้ขยายวงกว้าง ขณะที่น้ำต้นทุนในเขื่อนเหลือน้อยใช้ได้เพียงอุปโภคและบริโภค โดยรัฐบาลขอความร่วมมืองดการทำนา ส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยสู้ภัยแล้ง นายวันลบ จันทร์พวง อายุ 40 ปี ชาวนาอยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 5 ต.ศรีพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง เปิดเผยว่า ได้หยุดทำนา 10 ไร่ แล้วหันมาขุดบ่อบาดาล ปลูกเห็ดฟาง สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวในช่วงหน้าแล้งมีรายได้ตกวันละ 200-400 บาท การทำเห็ดฟางใช้ทุนต่ำ โดยเก็บฟางข้าวตามกลางนาและผักตบชวามาแตกแห้งแล้วนำมาแช่น้ำให้ชุ่มผสมกับฟางข้าวแล้วใส่อ่างย่ำจนได้ที่แล้ว ทำแปลงดินขนาดกว้าง 1.20 เมตร ยาว 4 เมตร ใช้ตะกร้าพลาสติก เจาะก้นนำฟางข้าวที่แช่น้ำผสมกับผักตบชวาแล้วนำเชื้อเห็ดฟางวางทับลงแล้วใช้เท้าเหยียบให้แน่น โดยวางเป็นคู่แปลงละประมาณ 12 ก้อน ใช้พลาสติกคลุม ประมาณ 1 สัปดาห์ก็เก็บผลผลิตได้ ใช้ทุนประมาณ 50 บาท ต่อแปลง เก็บเกี่ยวต่อร่องได้ 3-4 กก. ขายอยู่ที่ราคา กก.ละ 100 บาท

บิ๊กตู่2

จ.ฉะเชิงเทรา นายสุรพล อนุสรหิรัญการ ผอ.โครงการชลประทานพระองค์ไชยานุชิต และเจ้าหน้าที่ ได้นำอุปกรณ์วัดค่าความเค็มในน้ำพบว่าอยู่ที่ 1.42 กรัม/ลิตร ซึ่งสูงเกินค่ามาตรฐานที่จะนำไปใช้ผลิตน้ำประปา นายสุรพล เปิดเผยว่า โครงการชลประทานพระองค์ไชยานุชิตรับผิดชอบพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำบางปะกง มีพื้นที่การเกษตรประมาณ 200,000 ไร่ สภาพน้ำในลำคลองมีความเค็ม เนื่องจากพื้นที่ด้านล่างส่วนใหญ่เป็นบ่อกุ้ง บ่อปลา รวมทั้งน้ำไหลซึมซับปล่อยลงคลอง ทำให้น้ำที่มีความเค็มไหลย้อนขึ้นมา จึงได้ร่วมกับอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และการประปาฉะเชิงเทรา ทำทำนบชะลอการไหลย้อนของน้ำที่คลองเปร็งและคลองอุดมชลจร เพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อนเข้าคลองนครเนื่องเขต หรือคลองท่าไข่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตนํ้าประปา

นายสุรพลเปิดเผยอีกว่าปัจจุบันพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำบางปะกง ได้รับการช่วยเหลือด้วยการระบายน้ำจากเขื่อนมโนรมย์ จ.ชัยนาท วันละ 350,000 ล้าน ลบ.เมตร มาตามแม่น้ำป่าสักและมาทาง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าคลองระพีพัฒน์ เข้าคลอง 13 มายังประตูระบายน้ำบึงฝรั่ง ในเขตหนองจอก ก่อนระบาย เข้าคลองแสนแสบก่อนระบายเข้าคลองบางขนากไปยังคลองพระองค์ไชยานุชิต คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองนครเนื่องเขต ก่อนเข้าคลองสาขาต่างๆในพื้นที่ ใน 1 สัปดาห์มีการบริหารจัดการน้ำ 2 พื้นที่คือพื้นที่โครงการชลหารพิจิตรใช้น้ำ 3 วัน และพื้นที่โครงการพระองค์ไชยานุชิตใช้น้ำ 4 วัน มั่นใจว่าจะสามารถแก้ปัญหาการขาด แคลนน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมทั้งการผลิตน้ำประปาได้

บิ๊กตู่3

เมื่อเวลา 12.20 น. วันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการใช้มาตรา 44 ในการขับเคลื่อนแผนงานการบริหารน้ำให้สอดคล้องกันว่า ตนต้องการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง และต้องบวกกระทรวงศึกษาธิการเข้าไปด้วยในเรื่องการสอนคน เรื่องการวิจัยและพัฒนาต้องเข้ามาร่วมกลุ่มด้วยเพื่อนำไปสู่การทำแผนงานโครงการที่สอดคล้องกันหมดว่าจะทำอย่างไรประชาชนจะมีรายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถ้าคิดเป็นกิจกรรมแบบนี้ทั้ง 19 กระทรวงจะมาร่วมกันทุกงาน เพื่อจะได้เกิดผลทีเดียว ถ้าทุกคนแยกกระทรวงกันไปก็จะทำงานในแท่งของตัวเองคนเดียว วันนี้ตนเป็นคนบูรณาการทั้งหมดอยู่แล้วว่าใครจะต้องไปทำอะไร ทุกกระทรวงมีความเกี่ยวข้องเรื่องน้ำทั้งงบบาดาล งบขุดบ่อเหมือนกันหมด แต่มากบ้างน้อยบ้าง ดังนั้น ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนเพื่ออะไร เพื่อใครที่ไหนจะได้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะที่ผ่านมาไม่ต่อเนื่อง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก 22 มี.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้ขอให้ประชาชนเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำด้วยการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า รักษาความสะอาดแหล่งน้ำ ภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะปรากฏการณ์เอลนินโญ ปริมาณน้ำสำรองที่มีอยู่น้อยของไทยเกิดจากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดในอดีต รัฐบาลนี้ได้วางแผนรับมือประคับประคอง สถานการณ์บรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่วิกฤติ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณพี่น้องเกษตรกรในหลายพื้นที่ที่เสียสละประโยชน์ส่วนตัว เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม ด้วยการงดปลูกข้าว รวมทั้งขอบคุณภาคธุรกิจเอกชนที่ร่วมประกาศลดการใช้น้ำลงร้อยละ 30 แต่อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือไปยังประชาชนทั่วประเทศให้ใช้น้ำอย่างประหยัด.

ที่มา>>>Thairath